การดูแลตนเองก่อน-หลังผ่าตัด

การเตรียมตัวและข้อห้ามก่อนการผ่าตัด


 

1 งดสูบบุหรี่ก่อนและหลังผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ แอลกอฮอลล์อย่างน้อย 5 วัน เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและอาการบวมที่ยาวนานกว่าปกติ (กรณีผ่าตัดใหญ่ให้งดบุหรี่หลังผ่าตัด 1 เดือน)


2 งดยากลุ่มแอสไพริน (aspirin) หรือไอบิวโพรเฟน (ibuprofen) เช่น ยารักษาโรคไซนัส ยาแก้ไอที่มีส่วนผสมของยาดังกล่าว อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนและหลังผ่าตัดเพื่อลดอาการฟกช้ำจากปัญหาเลือดคั่งหลังการผ่าตัด หากจำเป็นให้ใช้ยาพาราเซตามอนในการแก้ปวดเท่านั้น


3 งดยา สมุนไพร และอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของวิตามิน E และ C อย่างน้อย 10 วัน เนื่องจากทำให้เลือดหลุดไหลยาก และเป็นอุปสรรคในการทำผ่าตัด เช่น ผงชูรส กระเทียม หัวหอม ถั่วเหลือง อีฟนิงพริมโรส ยาลดความอ้วน ยาต้านอาการซึมเศร้า อัลมอนด์ แอปเปิ้ล ผลไม้ตระกูลเบอรี่ แตงกวา ขิง มะเขือเทศ


 

4 แจ้งประวัติการแพ้ยา อาหารเสริมที่รับประทานอยู่ และโรคประจำตัว


 

5 งดอาหารก่อนผ่าตัด 6 ชั่วโมง แต่สามารถดื่มน้ำได้ แต่กรณีที่ต้องใช้ยาสลบให้งดทั้งน้ำและอาหาร 6 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด


 

6 ในกรณีผ่าตัดใหญ่เช่น ทำหน้าอก ดูดไขมัน ควรหลีกเลี่ยงการผ่าตัดในช่วงมีประจำเดือน


 

7 ลาหยุดประมาณ 4 วัน และควรมีคนมาเป็นเพื่อนด้วย เนื่องจากแพทย์จะให้ยานอนหลับทำให้มีอาการมึนเมาหลังจากฟื้นจากฤทธิ์ยา


 

8 หากคนไข้อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ให้นำบิดาหรือมารดามาเซ็นยินยอมอนุญาตให้บุตรเข้ารับการผ่าตัด ไม่สามารถให้พี่สาวหรือญาติมาเซ็นได้


 


 

การดูแลตนเองหลังเข้ารับการผ่าตัด
การเสริมจมูก, แก้ไขจมูก, ตกแต่งทรงจมูก และการตัดปีกจมูก


 

1 ประคบเย็นทันทีหลังการผ่าตัดเป็นเวลา 48 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง โดยอุปกรณ์ที่ใช้ประคบเย็นควรเป็นวัสดุน้ำหนักเบาเช่น ใช้ผ้าขนหนูที่เปียกหมาดๆสัก 3 ผืนแช่ช่องแข็งและสลับนำมาประคบให้ต่อเนื่องที่สุด โดยประคบหน้าผาก ตา และข้างๆจมูก หากพ้นระยะ 48 ชั่วโมงแล้วให้ปล่อยไว้เฉยๆ ไม่ควรประคบร้อนหรือเย็นทั้งสิ้นเพราะอาการบวมจะมีต่อไปอีกประมาณ 4-14 วันแล้วจะค่อยๆยุบลง โดยช่วงหัวตาจะยุบช้าที่สุด ดังนั้นหากรู้สึกว่าหัวตาดูโตไม่ต้องกังวลค่ะ


 

2 นอนยกหัวสูงหรือนั่งหลับ 48 ชั่วโมง และตระหนักไว้ว่าอาการบวมจนตาปิดช่วง 3-4 วันแรกเป็นอาการปกติ และช่วง 8 วันแรกยังไม่ต้องอารมณ์เสียกับรูปทรงจมูกเพราะอาการบวมยังมีมากอยู่จนไม่อาจทราบทรงจมูกที่แท้จริงได้ อาการบวมช้ำจะยาวนานแตกต่างกันไปในแต่ละรายช่วง 4-14 วัน ไม่ต้องวิตกกังวล


 

3 ห้ามแผลผ่าตัดโดนน้ำ 7 วัน ดังนั้น การทำความสะอาดหน้า 3-4 วันแรกให้ใช้กระดาษซับมัน หลังจากนั้นใช้สำลีชุบน้ำอุ่นเช็ดทั่วใบหน้า หลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งบริเวณดั้งจมูก


 

4 ผู้เข้ารับการผ่าตัดจึงควรอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงฝุ่นที่เป็นสาเหตุให้แพ้อากาศ หากมีน้ำมูกให้รีบทานยาแก้แพ้ทันที หลีกเลี่ยงการไอ จาม และสั่งน้ำมูก


 

5 หลังจากรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งจนหมดแล้วไม่ต้องซื้อรับประทานเองเพิ่ม ให้ทานได้เฉพาะยาแก้ปวดพาราเซตามอนเท่านั้น ในกรณีมีอาการคลื่นไส้อาเจียนมักมีสาเหตุมาจากอาการแห้ยาให้หยุดทานยาแก้อักเสบ และสามารถทานยาแก้คลื่นไส้อาเจียนได้(Domperidone)


 

6 วันที่ 4 หลังการผ่าตัดให้แกะเฝือกที่ติดจมูกออกได้โดยใช้น้ำอุ่นลูบเบาๆ


7 ในช่วง 3-4 วันแรกคนไข้อาจมีอาการน้ำเหลืองหรือเลือดจางๆซึมออกมาจากแผล ให้ใช้คัตตอนบัดซับเบาๆ และแต้มเบตาดีนเบาๆในบริเวณที่มีน้ำเหลืองซึมออกมา ห้ามเช็ดหรือถูโดยเด็ดขาด แต่ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลในทุกกรณี


 

8 หลังจากแผลผ่าตัดแห้งแล้วเท่านั้นจะสามารถใช้ยารักษาแผลเป็นได้


 

9 ในกรณีตัดปีกจมูก คนไข้ไม่ต้องตกใจหากแผลมีอาการแฉะ สามารถซับด้วยไม้พันสำลีชุบเบตาดีนได้ถ้าจำเป็น ห้ามเช็ดหรือถูโดยเด็ดขาด (ไม่ควรทำบ่อย ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลในทุกกรณี)


 

10 ต้องมาตรวจซ้ำตามใบนัด หากมีอาการเอียงแพทย์จะสามารถใช้มือดัดแก้ไขให้ตรงได้ทันเวลา หากมีปัญหาแล้วไม่มาตามนัดอาจไม่สามารถแก้ไขได้ สำหรับคนไข้ที่แพทย์ไม่ได้ทำการตัดไหมให้อาจเป็นเพราะแผลยังไม่แห้งสนิท ดังนั้นหากรู้สึกรำคาญสามารถให้แพทย์ท่านอื่นตัดได้


 

11 รับประทานอาหารอ่อนๆในช่วง 3-4 วันแรก เพื่อหลีกเลี่ยงการกระแทกและขยับเขยื้อนของจมูก รวมไปถึงของหมักดอง อาหารรสจัด ของไม่สะอาดทั้งหลาย


 


 


 

การเสริมคาง

1 ประคบเย็นทันทีหลังการผ่าตัดเป็นเวลา 48 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง โดยอุปกรณ์ที่ใช้ประคบเย็นควรเป็นวัสดุน้ำหนักเบาเช่น ใช้ผ้าขนหนูที่เปียกหมาดๆสัก 3 ผืนแช่ช่องแข็งและสลับนำมาประคบให้ต่อเนื่องที่สุด โดยประคบช่วงแก้ม หลีกเลี่ยงการประคบตรงจุดที่มีซิลิโคนอยู่ หากพ้นระยะ 48 ชั่วโมงแล้วให้ปล่อยไว้เฉยๆ ไม่ควรประคบร้อนหรือเย็นทั้งสิ้นเพราะอาการบวมจะมีต่อไปอีกประมาณ 4-5 วัน


 

2 นอนยกหัวสูงหรือนั่งหลับ 48 ชั่วโมง และตระหนักไว้ว่าอาการบวมอย่างมากช่วง 3-4 วันแรกเป็นอาการปกติ และช่วง 8 วันแรกยังไม่ต้องอารมณ์เสียกับคางที่ใหญ่เกินไปเพราะยังมีอาการบวมอยู่


3 การผ่าตัดคางจะผ่าจากด้านในปาก ทำให้มีแผลในปาก ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารร้อน ของหมักดอง อาหารที่ต้องใช้แรงเคี้ยวในช่วงแรก ส่วนการทำความสะอาดให้บ้วนปากด้วยน้ำเปล่าผสมน้ำยาบ้วนปากเจือจางช่วง 3-4 วันแรก


 

4 หลังจากรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งจนหมดแล้วไม่ต้องซื้อรับประทานเองเพิ่ม ให้ทานได้เฉพาะยาแก้ปวดพาราเซตามอนเท่านั้น ในกรณีมีอาการคลื่นไส้อาเจียนมักมีสาเหตุมาจากอาการแห้ยาให้หยุดทานยาแก้อักเสบ และสามารถทานยาแก้คลื่นไส้อาเจียนได้ (Domperidone)


 

5 วันที่ 4 หลังการผ่าตัดให้แกะเฝือกที่ติดคางออกได้โดยใช้น้ำอุ่นลูบเบาๆ


 

6 ต้องมาตรวจซ้ำตามใบนัดแพทย์ หากมีอาการเอียงแพทย์จะสามารถใช้มือดัดแก้ไขให้ตรงได้ทันเวลา แต่หากไม่มาอาจแก้ไขให้ไม่ได้ สำหรับคนไข้ที่แพทย์ไม่ได้ทำการตัดไหมให้อาจเป็นเพราะแผลยังไม่แห้งสนิท ดังนั้นหากรู้สึกรำคาญสามารถให้แพทย์ท่านอื่นตัดได้


 


 

การทำตาสองชั้น และการตัดถุงไขมันใต้ตา

1 ประคบเย็นทันทีหลังการผ่าตัดเป็นเวลา 48 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง โดยอุปกรณ์ที่ใช้ประคบเย็นควรเป็นวัสดุน้ำหนักเบาเช่น ใช้ผ้าขนหนูที่เปียกหมาดๆสัก 3 ผืนแช่ช่องแข็งและสลับนำมาประคบให้ต่อเนื่องที่สุด โดยประคบหน้าผาก รอบๆตา ใต้ตาและสันจมูก หากพ้นระยะ 48 ชั่วโมงแล้วให้ปล่อยไว้เฉยๆ ไม่ควรประคบร้อนหรือเย็นทั้งสิ้นเพราะอาการบวมจะมีต่อไปอีกประมาณ 4-5 วัน


 

2 นอนยกหัวสูงหรือนั่งหลับ 48 ชั่วโมง และตระหนักไว้ว่าอาการบวมจนตาปิดหรือมีอาการฟกช้ำโดยรอบช่วง 3-7 วันแรกเป็นอาการปกติ และบางรายอาจมีอาการเลือดคั่งด้วยเช่นกันซึ่งสามารถให้แพทย์ดูดออกภายหลังได้


 

3 เมื่อพ้นระยะ 24 ชั่วโมงสามารถแกะผ้าปิดตาออกได้ ห้ามแผลโดนน้ำ 5-7 วัน ดังนั้น การทำความสะอาดหน้า 3-4 วันแรกให้ใช้สำลีหรือผ้าชุบน้ำเช็ดทั่วใบหน้าอย่าให้โดนแผลเด็ดขาด


 

4 ผู้เข้ารับการผ่าตัดจึงควรอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงฝุ่นที่เป็นสาเหตุให้แพ้อากาศ หากมีน้ำมูกให้รีบทานยาแก้แพ้ทันที หลีกเลี่ยงการไอ จาม และสั่งน้ำมูก


 

5 หลังจากรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งจนหมดแล้วไม่ต้องซื้อรับประทานเองเพิ่ม ให้ทานได้เฉพาะยาแก้ปวดพาราเซตามอนเท่านั้น ในกรณีมีอาการคลื่นไส้อาเจียนมักมีสาเหตุมาจากอาการแห้ยาให้หยุดทานยาแก้อักเสบ และสามารถทานยาแก้คลื่นไส้อาเจียนได้(Domperidone)


6 ในช่วง 3-4 วันแรกคนไข้อาจมีอาการน้ำเหลืองหรือเลือดจางๆซึมออกมาจากแผลให้ปล่อยไว้เฉยๆ แต่ถ้าทนไม่ไหวให้ใช้คัตตอนบัดชุบเบตาดีนซับเบาๆ ในบริเวณนั้นๆ ห้ามเช็ดหรือถูแผลเด็ดขาด หลังจากแผลผ่าตัดแห้งแล้วเท่านั้นจะสามารถใช้ยารักษาแผลเป็นได้ และแต่งหน้าได้หลังผ่าตัด 7-10 วัน หลีกเลี่ยงการใส่คอนแทคเลนส์ สวมแว่นตาหนักๆ ยกของหนัก การใช้สายตามากๆช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด


 

7 ไม่ต้องตกใจหากมีเลือดซึมจากแผลที่เปลือกตามาแห้งหรังทั่วบริเวณจำนวนมาก และห้ามแคะแกะเกา


 

8 มาตรวจซ้ำตามใบนัดแพทย์ หากมีอาการผิดปกติแพทย์จะสามารถแก้ไขให้ได้ทันท่วงที สำหรับคนไข้ที่แพทย์ไม่ได้ทำการตัดไหมให้อาจเป็นเพราะแผลยังไม่แห้งสนิท ดังนั้นหากรู้สึกรำคาญสามารถให้แพทย์ท่านอื่นตัดได้


 


 

การดูดไขมัน
การเตรียมตัวและข้อห้ามก่อนการผ่าตัด

 

1 งดสูบบุหรี่ก่อนและหลังผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ แอลกอฮอลล์อย่างน้อย 5 วัน เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและอาการบวมที่ยาวนานกว่าปกติ (กรณีผ่าตัดใหญ่ให้งดบุหรี่หลังผ่าตัด 1 เดือน)


2 งดยากลุ่มแอสไพริน (aspirin) หรือไอบิวโพรเฟน (ibuprofen) เช่น ยารักษาโรคไซนัส ยาแก้ไอที่มีส่วนผสมของยาดังกล่าว อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนและหลังผ่าตัดเพื่อลดอาการฟกช้ำจากปัญหาเลือดคั่งหลังการผ่าตัด หากจำเป็นให้ใช้ยาพาราเซตามอนในการแก้ปวดเท่านั้น


3 งดยา สมุนไพร และอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของวิตามิน E และ C อย่างน้อย 10 วัน เนื่องจากทำให้เลือดหลุดไหลยาก และเป็นอุปสรรคในการทำผ่าตัด เช่น ผงชูรส กระเทียม หัวหอม ถั่วเหลือง อีฟนิงพริมโรส ยาลดความอ้วน ยาต้านอาการซึมเศร้า อัลมอนด์ แอปเปิ้ล ผลไม้ตระกูลเบอรี่ แตงกวา ขิง มะเขือเทศ


4 แจ้งประวัติการแพ้ยา อาหารเสริมที่รับประทานอยู่ และโรคประจำตัว


5 งดทั้งน้ำและอาหาร 6 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด


6 การทำหน้าอก ดูดไขมัน ควรหลีกเลี่ยงการผ่าตัดในช่วงมีประจำเดือน


7 ลาหยุดประมาณ 4 วัน และควรมีเพื่อนดูแลตลอดคืน (admit 1 คืน)


8 หากคนไข้อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ให้นำบิดาหรือมารดามาเซ็นยินยอมอนุญาตให้บุตรเข้ารับการผ่าตัด ไม่สามารถให้พี่สาวหรือญาติมาเซ็นได้


 


 

การดูแลตนเองหลังการดูดไขมั

1 หลังการผ่าตัดในคนไข้บางรายจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียนเป็